วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คุณนายไปพม่า (ตอนที่ 4)

สวัสดีชาวบล็อกทกท่านค่ะ มิงกลาบา
         คุณนายหายจากบล็อกเป็นเวลานานมาก เกือบ 4 ปี เห็นจะได้ พอดีว่ายุ่งเรื่องต่างๆ จนไม่ได้เข้ามาเขียนรายงานการไปเที่ยวเลย (แย่จุงเบย)
         วันนี้จะนำไปชมความงามของ พระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ มีความมหัศจรรย์ คือ ตั้งวางอยู่บนภูเขา เป็น 1 ใน 5 ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1100 เมตร
 พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo)
  สถานที่ตั้ง : พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ เป็นเจดีย์ที่สร้างบนก้อนหิน  มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ หนักประมาณ 600 ตัน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนา ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ 

 (ปีหมา) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต
  ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี โดยมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาล
  - ตำนานที่ 1 : เล่าว่า ฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้ไว้เป็นตัวแทนพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ว่าฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร โดยมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนกับศีรษะ ซึ่งได้มาจากใต้ท้องมหาสมุทร และก็ให้พระอินทร์นำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ "พระธาตุอินทร์แขวน" แต่ชาวพม่าและชาวมอญจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนว่า "ไจก์ทิโย" ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤๅษี
- ตำนานที่ 2 : เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา


   ตามความเชื่อของ ชาวมอญ พม่า ล้านนา เชื่อว่าบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นวิมานที่ประทับของพระอินทร์ มีเจดีย์หรือพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่องค์หนึ่ง ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาส่วนพระเมาลี หรือมวยผมที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดออกในคราวออกบวช ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงเรียกกันว่า "พระเกศแก้วจุฬามณี" ถือเป็นเจดีย์ประจำคนที่เกิดปีจอ แต่เมื่อตั้งอยู่บนดาวดึงส์สวรรค์ ชาวพุทธไม่สามารถขึ้นไปกราบไหว้ได้ อย่างมากก็จุดโคมไฟลอยขึ้นไปถวายเป็นพุทธบูชา

          พระอินทร์จึงมีเมตตาจับก้อนหินประหลาดก้อนนี้แขวนลอยไว้ให้สร้าง "พระเกศแก้วจุฬามณี" จำลองไว้บนโลกมนุษย์ หินก้อนนี้จึงไม่มีวันตกลงมา แถมเชื่อกันว่าคนมีบุญเอาไก่ทั้งตัวลอดใต้ก้อนหินได้ เพราะหากดูรูปทรงแล้ว ส่วนฐานของหินก้อนนี้แตะผิวพื้นหน้าผาเพียงบางส่วนเท่านั้น เคยมีคนเอาหลอดกาแฟยาวสักคืบไปสอดค้ำไว้ข้างใต้ แล้วใช้ไหล่ดันจนก้อนหินโคลงเคลงเล็กน้อย หลอดกาแฟก็ยวบยาบให้ผมเห็นกับตามาแล้ว (ปัจจุบันรัฐบาลพม่าสั่งห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาด)


คนที่แข็งแรง เขาก็จะเดินขึ้นไป แต่คุณนายไม่ไหว ต้องให้เขาหามขึ้นไป(ไม่มีพระนำนะ อิ อิ) ราคาประมาณ 120 บาท


เขาจะอนุญาตให้ผู้ชายเท่านั้นที่เข้าไปนมัสการพระธาตุ ส่วนผู้หญิง จะอยู่รอบนอกองค์พระธาตุ บริเวณพระธาตุ มีผู้คนมานอนพักเพื่อสวดมนต์ แต่คุณนายไม่ได้พักที่นี่ แต่พักที่รีสอร์ท ข้างล่าง ห่างประมมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งต้องเดินขึ้นมาสักการะ องค์พระธาตุ เล่ากันว่าการสักการะถ้าจะได้บุญ ต้องเดินขึ้นเขา 3 ครั้ง คุณนายสามารถเดินขึ้น ภูเขา จนครบ 3 ครั้งตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น สักการะ 1 ครั้งแล้วเดินกลับที่พัก รับทานอาหาร อาบน้ำ แล้ว เดินขึ้นเขาอีกประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งในตอนแรกคิดว่าน่ากลัวเพราะ ฝนตก ทางเดิน ลื่น ไม่มีคน มืด ต้องใช้ไฟฉาย  แต่ปรากฏว่า มีผู้คน รวมทั้ง นักบวชพากันเดินขึ้นไปสักการะองค์พระธาตุทั้งคืน เป็นจำนวนมาก คณะของเราก็เลยไม่เหงา เพราะมีคนเยอะ หลายคณะเดินขึ้นเขากัน ถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ที่ได้มาจริงๆ  ชาวพม่าจะสวดมนต์ (ไม่พร้อมเพรียง แล้วแต่ใครมา ก่อน - หลัง) เสียงดังไปทั่วภูเขา ทำให้เพิ่มความศักดิ์สิทธิื คณะของคุณนาย นั่งสมาธิ และอธิษฐาน ประมาณ ครึ่งชั่วโมง จึงเดินทางกลับที่พัก  และในตอนเช้ามืด ประมาณ ตี 4 ไกต์ก็ปลุกให้พวกเราเดินทางไปสักการะ ครั้งที่ 3 แล้วก็กลับมาทานอาหารเช้า และเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ที่ราบ  สำหรับตอนนี้ คงได้รับความรู้เล็กๆ น้อยๆบ้างนะคะ  ขอบคุณที่ติดตามชม



ภาพนี้นั่งรถกลับจากพระธาตุอินทร์แขวน เพื่อลงไปในตัวเมือง ฝนตกทั้งวัน หนาวมั่กๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น